เดินทางไปสิงคโปร์ ครั้งแรก! ก็ตกเครื่อง! 55555








เมื่อวันที่เสาร์ที่ผ่านมามีโอกาสได้เดินทางไปต่างประเทศกับครอบครัวครั้งแรก ประเทศที่เลือกไปคือ 'สิงคโปร์ ' ที่ระยะทางใกล้ ค่าการเดินทางบวกอื่น ๆ  อยู่ในวงเงินที่รับได้

และการเดินทางครั้งนี้ก็เปิดประสบการณ์ตกเครื่องครั้งแรกให้จดจำไปอีกนาน (5555)


เขียนกันตามจริง ตัวเราเคยเดินทางไปสิงคโปร์กับโรงเรียนมาก่อน แต่เพราะไปกับโรงเรียน และเรื่องนานถึง 6 - 7 ปี ก่อน ทำให้ลืม ๆ ทุกสิ่ง อันพึงต้องทำไปแบบขาวสะอาด

เริ่มต้นเรื่องทุกอย่าง คือการที่พวกเราจองตั๋วราคาถูกข้ามปีกับสายการบิน JetStar ซึ่งเป็นสายการบินของทางสิงคโปร์ วันที่กำหนดคือ ออกเดินทางเย็นวันศุกร์ 21.25 จะถึงสิงคโปร์ เวลา 00.25 โดยประมาณ ( เวลาทางสิงคโปร์ เร็วกว่าเรา 1 ชั่วโมง ส่วนเวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง)

เราตื่นเต้นกันข้ามปี เป้าหมายคือ Universal Studio ส่วนทางผู้ใหญ่ไป Gradens By The Bay กับ Sand Sky Park โดยจองตั๋วผ่านทาง ไทยสิงคโปร์แฟนคลับ (http://www.singaporefanclub.com/)
ส่วนเรื่อง WiFi เราตัดสินใจใช้ Pocket WiFi ซึ่งต้องลงทะเบียน และโอนเงิน ก่อนวันไป อย่างน้อย 7 วัน

พอถึงวันเดินทางเราไปก่อนเวลาประมาณ 2 ชั่วโมง เผื่อเวลาหาที่จอดรถไว้ด้วย บวกกับรถไม่ติดจึงมาเร็วมาก พอมาถึง เราก็ทำการแลกเงินดอลสิงคโปร์ที่สนามบิน


รอสมาชิกครบ ก็พากันไปเช็คอิน ก่อนพากันลงไปชั้น B เพื่อไปเอา Pocket WiFi ใช้เวลานานมากกว่าจะหาเจอ กลับขึ้นมาที่ชั้นสี่ เพื่อเข้าไปผ่านตรวจ ใช้เวลาเดินไปมาอีกหลายนาที รวมกับเวลากรอกเอกสาร แวะพักเข้าห้องน้ำ เราก็ได้ยินประกาศเรียกชื่อ... เอาล่ะสิ ตอนนั้นรีบวิ่งกันสุดชีวิต สุดท้าย พอถึงที่ตรวจตั๋ว พนักงานก็บอกว่า..."ไม่ต้องรีบค่ะ คุณตกเครื่องแล้ว" 

...อึ้ง สิคะ 555555 

พนักงานชี้แจงเรื่องยกเลิกต่าง ๆ รวมถึงวิธีการเปลี่ยนสายการบิน เป็นเที่ยวเช้าสุดวันถัดไป ที่เปลี่ยนเป็นเที่ยวบินของสายการบินอื่นในวันนั้นไม่ได้ เพราะ เที่ยวของ JetStar เป็นสายการบินเที่ยวสุดท้ายของวันแล้ว... 

เอาล่ะ เมื่อทุกคนตั้งใจกันขนาดนี้ ก็เสียเงินเปลี่ยนเที่ยวบิน เพื่อไปในเช้าถัดมา คราวนี้มานั่งรอกันแต่เช้ามืด เพื่อป้องกันเหตุการณ์ซ้ำรอย


พระอาทิตย์พึ่งขึ้น เราก็มานั่งเฝ้าเช็คอิน เพื่อทำเรื่องเปลี่ยนตั๋ว 

หลังจากนั้นก็เข้าไปทำการตรวจสัมภาระ และคน พอถึงที่รอเข้าไปตรวจตั๋วขึ้นเครื่อง พวกเราทุกคนถึงผ่อนคลายนั่งเล่นโทรศัพท์รอเวลา


 แล้วเราก็ได้เห็นข้อดีของการมาในเที่ยวกลางวัน หรือมาในเที่ยวเช้า ... คือวิวนอกเครื่องที่เต็มไปด้วยปุยเมฆสีขาว



คลื่นเมฆ


และ พื้นแผ่นเมฆ


เป็นภาพที่ประทับใจมาก โดยเฉพาะ ตอนออกนอกแผ่นดินไทยเห็นมหาสมุทร และเกาะต่าง ๆ บ้างก็มีเรือแล่นไปมา ยิ่งทำให้รู้สึกว่า สวย จนหุบยิ้มไม่ได้ หรือเพราะเป็นคนชอบวิว เลยประทับใจง่ายก็ไม่รู้ 



นอนหลับไปหลังจากถ่ายวิว ก็ตื่นมาเพราะเสียงกัปตัน ทำให้เราได้เห็นแผ่นดินสิงคโปร์ 

เครื่อง JetStar ลงที่สนามบิน Changi Terminal 1 ทำให้เราต้องไป Terminal 2 โดย Skytrain เพื่อไปรถไฟฟ้าใต้ดินเข้าเมือง 

พอไปถึง Terminal 2 เราลงชั้นล่างไปผ่านด่านตรวจคน โดยมีการกรอกเอกสารก่อน ซึ่งแบบฟอร์มมีภาษาไทยบอกให้ด้วย 
 ผ่านด่านตรวจคน เราก็เดินตามป้าย Train to City เพื่อไปขึ้นรถ Mrt แต่ด้วยเราไปวันเดียว และกว่าจะเดินทางมาถึง ผ่านด่านตรวจคน ก็เวลา 13.00 น. แล้ว เราจึงตัดสินใจออกเดินทางนอกแผน คือไป Taxi ซึ่งเราคิดไว้ว่ามันแพง จึงไม่ได้เตรียมตัวมา เลยตัดสินใจถามเจ้าหน้าที่สนามบิน 
เขาดีมากค่ะ พร้อมช่วยมากๆ รู้ว่าเราไม่รู้ที่รอ Taxi เลยเดินเข้ามาชี้บอกทางให้จนเราเห็นป้าย

ทางด้าน Taxi ก็ดีมากค่ะ เขาใจเย็นในการพูดกับเรามาก (อังกฤษอ่อนแอ) และยังแนะนำว่าให้เขาไปส่งถึงที่ Universal เลยดีกว่าไหม เพราะมันสะดวก (และราคาไม่ต่างจากที่ไปลง Vivo city เพื่อ ไปขึ้น cable car ราคาประมาณ 20 ดอลสิงคโปร์ ด้วย เราลบจากขากลับที่ขึ้น Taxi จาก Universal มาสนามบิน ประมาณ 21 ดอลสิงคโปร์ เพิ่มมา 1 ดอลล่าสิงคโปร์)
แต่เพราะซื้อตั๋วมาแล้ว เราเลยยืนยันมาจะลงที่เดิม เขาก็เข้าไปส่งถึงตึกที่ขึ้น Cable car 


ถ้ามา Mrt ก็มาลงสถานีตามชื่อภาพด้านบนเลยค่ะ เราซื้อตั๋วมาแล้ว เลยขึ้นลิฟท์มาชั้น 15 
(เจ้าที่บอกเราได้ยินชั้น 50 ตอนแรก ตกใจมาก ขำตัวเองด้วย)
พอขึ้นมาถึงจะเห็น Cable car เลยค่ะ ไม่ต้องหาป้ายต่อ


ต่อแถวขึ้น Cable car ไปยังเกาะ Sentosa วิวระหว่างทางสวยมากค่ะ สูงมากๆด้วย คนกลัวความสูงไม่ควรมองลงข้างล่าง

พอลง Cable car เรายังไม่ได้ถึง Universal เลยนะคะ เราไปหลงแถว Skytree ค่ะ ดูแผนที่แล้วน้ำตาตก เข้าใจแล้วทำไม Taxi ถึงถามย้ำว่าไม่ให้เขาไปส่งแน่นะ ( Y--Y)

เรากับน้อง ๆ ไปถามเจ้าหน้าที่ต่อ เขาให้ไปรอ Bus มีป้าย Bus แดง กับ Bus เขียว เราเลือกไปรอ Bus เขียว ค่ะ เหตุเพราะ มีคนยืนรออยู่...

ไม่นานรถก็มา เราจึงบอกคนขับว่า เราจะไป Universal เขาก็ตอบกลับมาว่าให้ลงไปป้ายที่ 4 ค่ะ...นั่งนับป้ายกันไป

แต่ระหว่างทางสวยมากค่ะ เป็นเส้นทางเหมือนตัดเขา มีป่าสองด้านร่มรื่นมาก ถ้ามีเวลาน่านั่ง Bus ลงเที่ยวแต่ละจุดมากๆ ...จุดแรกเป็น Merlion ค่ะ เท่าที่ฟังระหว่างลุ้นป้าย

ถึง Stop ที่สี่ ลงไปในอุโมงค์ที่มีแสงสีส้มเหลืองสะท้อนไปมา และรถวิ่งเข้าเป็นแถวมากมาย มีป้าย Casino บอกไปตามทาง ทำให้เรายิ่งสงสัยว่า... ป้ายถัดไปคือป้ายที่ 4 เราต้องลง ป้ายนี้ แน่นะ

และแล้ว ป้าย Casino ขนาดยักษ์ พร้อมทางเข้าก็ปรากฏค่ะ เราฟังคำอธิบายป้ายถึงโล่งใจ เพราะ Universal ลงป้ายนี้จริงๆ น้องๆตามเราลงมาแบบงงๆ คงสงสัยว่าพี่พาลงถูกแน่นะ
 (เด็กๆไม่ช่วยเจ๊ฟัง ;^;)
 โชคดีจากจุดลง หมุนตัวครึ่งรอบก็เห็นป้ายไป Universal Studio ให้ขึ้นบันไดเลื่อนไปข้างบนค่ะ


รวมเวลาเดินทางทั้งหมด 1 ชั่วโมงครึ่ง (รวมความหลงเข้าไป) เราก็มาถึงจุดหมายในที่สุด 
แผนที่ด้านในค่อนข้างเหมือนตอนมา เมื่อ 6 ปีก่อน ทำให้เดินแบบรู้ทาง จึงเลือกเล่นเครื่องเล่นที่หมายตาไว้ ก่อนกลับสนามบินด้วย Taxi 
( ถามจุดรอ Taxi กับเจ้าหน้าที่ เขาน่ารักมากค่ะ วิ่งตามมาส่งถึงที่ )


โซน Tranformer


ตราสวย


เส้นเลือด ดำ-แดง ที่ตอนมาครั้งก่อน ปิดปรับปรุง



มี minion เยอะมาก

น่าเสียดายที่มีเวลาน้อยเลยไปได้แค่สองโซน แต่นับว่าการเดินทางครั้งนี้ ก็คุ้มหลายๆอย่าง โดยเฉพาะ ประสบการณ์ (55555)


นั่ง Taxi ข้อ ดีคือ เห็นทิวทัศน์ของเมือง 

เมื่อถึงสนามบิน ( เขาพามาถึง Terminal 1เลย แค่บอกสายการบิน ) เราก็เช็กอินผ่านเครื่อง เพียงแค่ Scan Pastport จากนั้นก็เดินไปผ่านด่านต่างๆ และมาซื้อของข้างใน ข้อควรระวังที่เจ้าหน้าที่บอกคือ Gate ค่ะ ในตั๋วสิงคโปร์จะไม่บอกไว้ ต้องถามกับเจ้าหน้าที่ ซึ่งเขาบอกว่าให้ค่อยเช็คอีกครั้งด้วย บางที่อาจมีการเปลี่ยน Gate ( เขาว่าเกิดขึ้นบ่อย ให้ถามหรือค่อยฟัง...แน่นอนว่าถามดีกว่า ) 

เราไปรอก่อนเวลาเพื่อความสบายใจค่ะ มีคนไทยกลับด้วยเยอะ (ขามามีแต่จีนส่วนใหญ่ )

ขึ้นเครื่องกลับก็ได้วิวกลางคืน กลับมาด้วย

  
ชอบตอนเครื่องบินวิ่งรันเวย์ 


เห็นแสงเรือ สวยมาก...บางทีนั่งตรงปีกก็บังวิวไปนะ...


นั่งหลับอีกครั้ง ก็ถึงแผ่นดินไทยเรา กับแสงไฟสีฟ้านวล และ ภาพเหล่ารถยนต์สีทองที่วิ่งตามทางถนนเหมือน ฮิลโมโกบินในเส้นเลือด

จบวันเดย์ทริป ที่หลายคนอาจมองว่า ไปไม่คุ้ม 55555

แต่สนุกมากค่ะ สนุกกับสิ่งต่างๆที่เจอ บางครั้งเวลาน้อย ก็จะบีบให้เราไปเจอประสบการณ์อีกแบบ

สุดท้ายคงได้แต่กล่าวว่า...ขึ้นเครื่องทันใคร ๆ ก็ทำได้ ตกเครื่องต่างหากที่หาได้ยาก
 (ขำ ๆ ค่ะ ใช้สร้างรอยยิ้มให้สมาชิกในทริปที่เริ่มเครียดตอนรู้ว่าตกเครื่อง ^ ^)

เล่าเก็บไว้เผื่อไปใหม่ 5555 

By อู๊ดทริป
















ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เรื่องบางอย่างยางลบไม่มีวันหาย ได้แต่ป้ายลิควิดบังเอาไว้แล้วบอกว่ามันหายไปแล้ว